เต่าปูลู
(วงศ์ : PLATYSERNIDAE)
Platysternon megacephalum (Gray, 1831)
เต่าปูลู
ได้รับการประกาศให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ประเภทที่ 1
โดยมีลักษณะทั่วไปเป็นสัตว์เลื้อยคลานที่ค่อนข้างแปลก กล่าวคือ มันจะมีหางยาว
และส่วนหัวมีขนาดใหญ่ ด้านบนมีแผ่นแข็งปกคลุม ปากงุ้มคล้ายตะขอ มีกามใหญ่
และแข็งแรง กระดองมีขนาดเล็ก จึงไม่สามารถหดหัว และคอเข้าในกระดองได้
ส่วนหางมีความยาวมากกว่ากระดอง มีลักษณะเป็นข้อปล้อง รูปสี่เหลี่ยมเรียงต่อกัน
ส่วนกระดองหลัง กับกระดองท้อง เชื่อมต่อกันด้วยเนื้อเยื่อที่เหนียวมาก
กึ่งกลางของกระดอง มีสันเล็กๆ ลักษณะสีทั่วไปจะแตกต่างกันไปตามภูมิประเทศ คือ
มีสีเขียวเข้ม สีน้ำตาลแกมแดง และสีดำ กระดองท้องมีสีเหลือง แต้มสีน้ำตาลเข้ม
ลูกเต่าเมื่อแรกฝักไข่ จะมีกระดองด้านหลังหยักคล้ายฟันเลื่อย
. . . . . เต่าชนิดนี้ จะออกหาอาหารในเวลากลางคืน
ตามลำธาร หรือบริเวณที่มีน้ำขัง อาหารคือ ปูน้ำตก ปลา หอย และกุ้ง
ไม่ชอบกินอาหารประเภทพืชเหมือนเต่าทั่วๆ
![]() |
จากเต่าจำนวนไม่ต่ำกว่า 30 ชนิด ที่พบในประเทศไทย เต่าปูลูจัดอยู่ในอันดับ Testudines วงศ์ Platysternidae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Platysternon megacephalum เป็นเต่าขนาดเล็กที่มีความยาวของกระดองเพียง 17 ซ.ม. ทว่ามีรูปร่างแปลกกว่าเต่าอื่น ๆ คือ มีลำตัวและกระดองแบนไม่อ้วนเทอะทะมีส่วนหัวเป็นทรงสามเหลี่ยมขนาดใหญ่มาก และด้านบนมีแผ่นแข็งคลุม ปากงองุ้มเป็นตะขอและมีความแข็งแรงมาก ทำให้ไม่สามารถหดหัว และส่วนคอเข้าภายในกระดองได้ ที่แปลกยิ่งกว่า คือ |
| เป็นเต่าชนิดเดียวในประเทศไทยที่มีหางยาวมาก ยาวกว่าความยาวของกระดองเสียอีก โดยหางมีลักษณะเป็นข้อปล้องรูปสีเหลี่ยมเรียงต่อกัน ค่อย ๆ เรียวแหลมไปทางปลาย ส่วนหัว และกระดองหลังมีสีน้ำตาลเข้ม ลูกเต่าปูลูมักมีสีน้ำตาลอ่อน และขอบกระดองด้านหลังหยักเป็นฟันเลื่อย |
| เต่าปูลูมีเท้าแบบพังผืดช่วยให้ว่ายน้ำได้ดี ซ้ำยังมีเล็บแหลมโค้งยาวออกมาจากนิ้วทุกนิ้ว ช่วยให้มันสามารถปีนปายไปตามโขดหิน หรือปีนขึ้นต้นไม้หนีไฟป่าได้อีกด้วย เต่าชนิดนี้ออกหากินในเวลากลางคือน กินปูน้ำตก หอยทาก ปลา กุ้ง และกบเล็ก ๆ ไม่ค่อยชอบกินพืช มีรายงานว่าเต่าปูลูวางไข่บนสันทรายเปียกในปลายเดือนเมษายน วางไข่ครั้งละ 3-4 ฟอง ในประเทศไทยพบเต่าปูลูอาศัยอยู่ตามลำธารน้ำเย็นบนภูเขา ในระดับความสูงกว่า 1,000 เมตรขึ้นไป ทางภาคเหนือ โดยเฉพะอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จะพบเต่าปูลูได้ค่อนข้างมาก |
![]() เต่าปูลู ชนิดพันธุ์เล็ก พบอาศัยอยู่ตามธารน้ำไหลในป่าแถบอีสาน |
การวางไข่
เต่าพวกนี้จะวางไข่บนสันทราย หรือพื้นดินร่วนริมลำธาร
ราวปลายเดือน เมษายน - พฤษภาคม โดยจะวางไข่ ประมาณครั้งละ 3-4 ฟอง
. . . . . เต่าปูลูพบมากบริเวณลำธารน้ำเย็นบนภูเขา
ในระดับความสูงกว่า 1,000 เมตร ในภาคเหนือ ลงไปตามแนวทิวเขา ด้านตะวันตกจนไปถึง
จ. กาญจนบุรี และยังพบบริเวณ เทือกเขาเพชรบูรณ์ และเทือกเขาภูพาน
โดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง และอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย
ก็สามารถพบเห็นได้
. . . . . ปัจจุบัน
เต่าประเภทนี้ได้ลดจำนวนลงไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสถาพความสมบูรณ์
ของป่าเปลี่ยนแปลง ไปมาก ประกอบกับการขยายพันธุ์ เป็นไปได้น้อยมาก
อีกทั้งมีชนบางเผ่า ยังพยายามจับสัตว์ชนิดนี้ไป ทำยาบำรุง ซึ่งมีความเชื่อว่า
เป็นยาบำรุงที่ดี เช่นเดียวกับนอแรด และได้รับการยอมรับ จากตลาด
จึงทำให้ปริมาณลดลง อย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มว่า จะสูญพันธุ์ในที่สุด
หากยังไม่มีการ เปลี่ยนแปลงทัศนวิสัย และค่านิยม และการรับผิดชอบ
ต่อทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งหมายถึงสัตว์ป่า และป่าไม้


